the floatel

The Floatel – Buntern ล่องแพ กาญจนบุรี ได้ทุกฤดูกาล

ปลดล็อคทุกความวุ่นวาย..แล้วไปผ่อนคลายด้วยกันเถอะ ทริปนี้กวิ้นได้ไปเยือน The Floatel ที่จังหวัด กาญจนบุรี แพลากที่เป็นยิ่งกว่าแพลากทั่วไป พี่เต้อน เจ้าของ The floatel บอกว่าที่นี่
สามารถมาเที่ยวฤดูใดก็ได้ มาได้หมด แต่ก็มีความสวยแตกต่างกัน ถ้ามาหน้าฝนแบบนี้ก็จะพบกับความเขียวขจีชุ่มช่ำ บวกกะอากาศเย็นสบาย ตอนเช้าก็จะมีหมอกให้เห็น…ซึ่งมันก็จริงอย่างที่พี่เค้าว่าจริงๆค่ะ

– First Impression ที่ The Floatel กาญจนบุรี –

ทริปนี้ไม่ได้มีแค่เรา แต่มีเพื่อนๆอีกหลายเพจร่วมเดินทางไปด้วยกัน มีทั้งคนรู้จักกันอยู่แล้ว และไม่รู้จักเลย ตอนแรกก็เกร็งๆนะ แต่ลึกๆก็รู้ว่า ทริปนี้ต้องพิเศษมากๆ เพราะรวมเอาคนชอบเดินทางมาไว้ด้วยกันเยอะเลย เราเดินทางจากกรุงเทพฯสู่ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี เพื่อมาขึ้นแพที่ ท่าแพซอย 4 อยู่ห่างจากตลาดทองผาภูมิเพียง 10 กม. เอง

เมื่อมากันครบแล้ว เราก็ออกเดินทางจากทองผาภูมิ แพ The Floatel จะถูกเรือเล็กลากนำไปตามเขื่อนวชิราลงกรณ ล่องไปเรื่อยๆ ซึ่งทริปนี้เราจะได้ไปไกลจนถึงสังขละเลย 

the floatel

The Floatel เป็นแพที่ให้บริการสำหรับคนที่อยากจะไปพักผ่อนกับเพื่อนๆชาวแก๊งค์แบบส่วนตั๊วส่วนตัว เพราะที่นี่ให้เหมาแพไปเลยจ้า สามารถรองรับคนได้ประมาณ 16 คน ค่ะ

– ROOM –

The Floatel กาญจบุรี

เรื่องห้องพักไม่ต้องเป็นห่วง มีถึง 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ (มีห้องน้ำส่วนกลาง 1 ห้อง)

กาญจนบุรี

บนแพไม่มีแอร์นะ เป็นห้องพัดลม แต่ไม่ร้อนเลย เพราะถูกออกแบบมาอย่างลงตัวมากๆ
มีหน้าต่างรับลมเย็นสบาย แถมเห็นวิวสวยๆชัดแจ๋ว คิดดูนะ ตื่นมาจากที่นอนนิ่ม ลืมตามาเจอภาพวิวหมอกยามเช้า โอ้วโหววววว ไม่อยากจะลุกเลยอะ

The Floatel กาญจนบุรี

และความพิเศษอีกอย่างก็คือหนึ่งในห้องน้ำบนแพ มีห้องนึงที่มีอ่างให้แช่น้ำ ในห้องน้ำด้วย แน่นอน เป็นห้องของเก๊าเอง กิกิ 

The Floatel กาญจนบุรี

ในส่วนของ Welcome Drink ก็จะเป็นน้ำกระเจี๊ยบแสนชื่นใจ

The Floatel กาญจนบุรี

แต่ถ้าใครไม่ชอบน้ำกระเจี๊ยบ มีตัวเลือกจ้ะ อะ เลือกเล้ยยยย ตามสบายจะเอาไร เลือกสิ! ล้อเล่นๆ ไอ้ที่เห็นนี่มีไว้บริการตลอดการเดินทางเลยเด้อ

– FOOD –

The Floatel กาญจนบุรี

และเหนือความคาดหมายสุดๆก็คือ ของหวานที่รอต้อนรับเราก็คือ ข้าวเหนียวทุเรียนทองผาภูมิจ้า นึกในใจ The Floatel จะเล่นงี้ใช่มะ รู้จักกวิ้นน้อยไป ตักมาถ้วยพูนๆ !! 

Food

ยังค่ะ ยังไม่จบ อาหารมื้อแรกบนแพ ถูกจัดมาแบบแน่นเอี๊ยด
แม่เจ้าโว้ยยยยย อะไรจะขนาดนี้
แล้วอร่อยมาก ด้วยความสัจจริง ไม่มีการอวยใดๆเลย คือตอนอาหารออกมาอะ พี่เต้อนเจ้าของแพก็ขู่เราไว้ว่า “ใครมาที่นี่ กลับไปน้ำหนักขึ้นทุกคนนะ” เออ เริ่มจะเชื่อแล้ว

The Floatel กาญจนบุรี

แอบสงสัยทำไมอร่อยจัง ลองเดินไปดูหลังเรือ โอ้โห้ นี่มันครัวท่ามกลางธรรมชาติ กระซิบถามแม่ครัว เค้าบอกว่า ที่อร่อยแบบนี้เพราะวัตถุดิบที่ใช้สดใหม่ พี่เต้อนแกขับเรือเล็กไปซื้อของที่ตลาดทุกเช้าเลย

กาญจนบุรี

แต่ถ้าใครกลัวว่าการอยู่บนแพแบบนี้จะเบื่อไม่ต้องห่วงเลย เพราะที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมที่นี่กิจกรรมให้ทำก็แน่นมากกกก

The Floatel กาญจนบุรี

เริ่มจาก สระว่ายน้ำหน้าแพ มานั่งมองวิวไปเรื่อยๆแบบนี้มันดีนะ แถมยังมีเครื่องเสียง ไว้เปิดเพลงเพราะๆให้ฟังด้วย 

The Floatel กาญจนบุรี

The Floatel เนี่ยมีจุดเด่นอีกอย่างก็คือ ที่นี่เค้าจะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานจากโซล่าเซลล์ ที่ได้จากแผงด้านบนแพนี่แหละ พลังงานสะอาด รักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติ สวยๆ
ขอบคุณรูปสวยๆ จากผู้ร่วมทริป https://www.facebook.com/natchapon.srihon

The Floatel กาญจนบุรี

ล่องมาเรื่อยๆ ก็ถึงจุดที่จะจอดให้เราได้เล่นน้ำแล้ววว

The Floatel กาญจนบุรี

แน่นอนกิจกรรมอีกอย่างที่ The Floatel เตรียมไว้ให้พวกเราก็คือ Trampoline
ใครอยากโดดน้ำแบบเท่ๆ เก็บภาพสวยๆ ถึงเวลาของคุณแล้ว!!

The Floatel กาญจนบุรี

แต่ถ้าใครไม่อยากโดด ที่แพก็มีเรือคายัคไว้ให้พายชมบรรยากาศสวยๆนะ

The Floatel กาญจนบุรี

ล่องไปแพเรื่อยๆ ก็ได้สัมผัสกับแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าสีทองสวยๆแบบนี้ เฮ้อ~ดีจัง

ตอนที่เรากินข้าวอยู่นั้น ฝนก็ตกพร่ำๆ คิดไว้แล้วเชียวว่าคืนนี้ต้องอดเห็นดาวเต็มฟ้าแน่ๆ เฮ้อ~  พวกเราก็เลยแยกย้ายกันไปพักผ่อน เพื่อเก็บแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้
โดยจะใช้เวลา 6 ชม. ล่องยาวไปถึงสังขละเลย

กาญจนบุรี

นอนอยู่ดีๆ ดันปวดฉี่ ก็เลยต้องลุกมาตอนตี 1 
แต่!! ใครจะไปรู้ ว่าการปวดฉี่จะทำให้เราได้เห็นดาวเต็มฟ้าแบบนี้! 

อาหารเช้า

เช้านี้ The Floatel เตรียมข้าวต้มและไข่ลวกไว้ให้เราได้เติมพลังก่อนออกเดินทาง 

-TRAVEL-

สังขละ

เช้ามาหมอกยามเช้าเข้ามาทักทายเราผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้ พร้อมกับภาพวัดกลางน้ำที่อยู่ไกลๆ ทำให้เรารู้ว่าเราล่องมาจนถึงสังขละบุรีเป็นที่เรียบร้อย 

สังขละ

หลังจากอิ่มท้อง เราก็พร้อมเดินทางด้วยเรือเล็กไปยังฝั่งแล้ว  สะพานมอญจ๋า พี่มาแล้ววววว

Kanchanaburi

นี่ไงเรือที่เรานั่งกันมาจากแพ

มาถึงก็เจอเด็กหญิงชาวมอญยืนคอยให้บริการประทานาคา เพื่อให้เรากลมกลืนไปกะบรรยากาศสังขละอย่างแท้จริง น้องน่ารักมาก ใครอยากช่วยเท่าไหร่ก็ตามศรัทธาเลย
เด็กน้อยทักเราว่า มะเงยระอาว แปลว่าสวัสดีภาษามอญ
พร้อมชูสองนิ้วให้กล้องอย่าง cool cool

ถ้าใครมองหาของทานเล่นระหว่างเดินเที่ยว ก็ลองอุดหนุนป้าคนนี้ได้เลย ซาโมซา หรือ กระหรี่ปั๊ปพม่า ถุงละ 20 บาท ได้เยอะจนต้องแบ่งกันกินให้หมด รสชาติก็อร่อยด้วย

การที่คนเอาของวางบนหัวหลายๆชั้นแล้วเดินข้ามสะพานไปมานี่เป็นภาพจำของที่นี่เลยก็ว่าได้นะ 

หลังจากเดินเที่ยวบริเวณสะพานแล้วทาง The Floatel ก็เอารถมารับพวกเราและพาไป
ไหว้หลวงพ่ออุตตมะที่วัดวังก์วิเวการาม (ใหม่) วัดนี้ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสังขละบุรีเลย 

ภายในวัดมีบริเวณที่จัดแสดงรูปถ่ายของสังคละจากช่างกล้องทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเลย

ไปต่อกันที่เจดีย์พุทธคยา เจดีย์สีทองเด่นสวยงาม ด้านหน้าเจดีย์มีสิงห์แบบมอญ 2 ตัว ยืนเฝ้าบันไดทางขึ้นที่ทอดยาวพาขึ้นสู่ตัวเจดีย์ทรงเหลี่ยมฐานจัตุรัส มีเจดีย์เล็กทรงกลมแบบมอญสร้างอยู่บนยอดบนสุด

สังขละ กาญจนบุรี

ส่วนใครที่อยากเห็นวิวเจดีย์จากด้านล่าง ก็มานอนที่ the Floatel ได้เลย จะบอกว่าจริงๆเรามองเห็นเจดีย์นี้ตั้งแต่ตื่นนอนแล้ว กิกิ 

เที่ยวบนบกกันเต็มที่แล้ว ไปต่อในน้ำกันบ้าง

ถึงแล้ววังก์วิเวการาม (เดิม) หรือวัดกลางน้ำที่เรารู้จักกัน

วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณจุดที่เรียกว่า “สามประสบ” คือเป็นที่บรรจบของแม่นํ้า 3 สาย วิธีการเดินทางมาวัดกลางน้ำมาได้ทางเดียวคือนั่งเรือมาจ้ะ วันนี้น้ำลด ทำให้เราได้เดินทอดน่องสวยๆชมวัดกัน

ถึงตอนนี้วัดกลางน้ำเหลือเพียงซากของวัดเก่า แต่ก็ยังสวยอยู่ดี 
ด้านในวัดยังหลงเหลือให้เห็นลวดลายในอดีต

สถานีต่อไป เทียบท่า วัดสมเด็จ(เก่า)

รากของต้นไม้ใหญ่โอบล้อมโบสถ์เก่าไว้อย่างดูลงตัว 
พระประทานในโบสถ์ยังดูสมบูรณ์สวยงามอยู่เลย

ระหว่างทางกลับแพ ฝนตกจ้ะ ได้เห็นวัดศรีสุวรรณ(เก่า) แบบไกลๆ วัดจมน้ำจริงๆเลยทีนี้

กินมื้อเที่ยงกันเสร็จ เจ้าเลือกลำเล็กก็พาไปเดินทางต่อ บ๊ายบายสังขละบุรี ขอบคุณมากๆที่น่ารักกับเราและชาวแก๊งส์ ^^

ระหว่างเดินทาง พี่เต้อนก็เอาขนมมาให้อีกแล้ววว
เจ้านี่คือขนมทองโย้ว แห่งเมืองทองผาภูมิ มีที่นี่ที่เดียวนะ

สังขละ

วันนี้ฝนตกบ่อย ฟ้าครึ้มแต่ไม่ได้ทำให้ความสวยลดลงเลย เพราะมีหมอกให้เราได้ชมแทบทั้งวัน สวยมากเลย แถมมีกลิ่นหอมๆ ทำให้สดชื่นมากๆ ฮืออออ ชอบ 

ลากมาได้สักพัก ก็มาถึงจุดเล่นน้ำแล้วววว วิวดี๊ดี

จุดเล่นน้ำวันนี้สวยมาก มีเขาสูงๆ บรรยากาศรอบๆก็ดีมาก ที่ดีอีกอย่างก็คือ
ได้มากับเพื่อนนี่ไง
ด้านซ้ายมือคือ คุณมิลค์แห่งเพจ กระ เพาะ เดิน ทาง ขวาสุดก็คืออ้อมใจ แห่ง Relationtrips ไงจะใครล่ะ ใครจะรู้ เรียนด้วยกันมา จบมายังจะมาทำเพจเหมือนกันอีก

The Floatel กาญจนบุรี

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายบนแพแล้ว ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย ระทึกจริง นั่งฝั่งเดียวกันหมดแพเอียงเลย 555

ตื่นเช้ามา เจอวิวสวยอีกแล้ว ลุงแกก็ยืนมองแบบอาลัยๆ เพราะเดี๋ยวต้องกลับแล้ว

The Floatel กาญจนบุรี

ก่อนกลับ เขียน Postcard ถึงตัวเองซักหน่อย จะได้บันทึกความรู้สึกตรงนี้ไว้

The Floatel กาญจนบุรี

ก่อนกลับก็ไม่ลืมถ่ายรูปกับไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ สะพานทางเดินเชื่อมไปยังที่นั่งริมน้ำที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติค บ๊ายบายน๊า เราชอบเธอมากจริงๆ 

The Floatel กาญจนบุรี

จบทริป 3 วัน 2 คืนกับร่างกายที่ได้รับพลังงานเต็มล้น
ใครที่อยากลองมาเที่ยวกับเพื่อนหลายๆคน แนะนำเลย รับรองว่าสนุกแน่นอน 
สำหรับค่าใช้จ่ายมีทั้งแบบแพ็คเกจ 2 วัน 1 คืน 6 ท่านแรก 22,000 บาท
(เสริมได้อีก 10 คนละ 1,500 บาท)
และแพ็คเกจแบบ 3 วัน 2 คืน สำหรับ 6 คน 52,000 บาท
(เสริมได้อีก 10 ท่าน ท่านละ 4,500 บาท )
***ราคานี้รวมอาหารและทุกอย่างไว้หมดแล้วนะ รวมถึงการนำเที่ยวด้วย เอาจริง ถ้าไปกันหลายๆคน หารกันคุ้มมากนะแก

ถ้าใครสนใจ จะไปล่องแพ The Floatel กาญจนบุรี ติดต่อตามช่องทางนี้ได้เลยจ้าา 
Facebook : https://www.facebook.com/thefloatel%20/
LINE : https://line.me/R/ti/p/%40hja1165l

Facebook Comments

Leave a Comment